2007/Jan/03

วันนี้นึกครึ้มอะไรไม่รู้ อยากเขียนฟิกอะไรที่มันเศร้าๆความรู้สึกขัดแย้งๆดูบ้างน่ะค่ะ จริงๆนี่ก็อยู่ในช่วงอ่านหนังสือสอบ แต่เพราะไม่ได้เขียนอะไรนาน มันจะสนิมกินเอาได้ เลยลองปั่นๆเอามาขัดตาทัพเล่นดูน่ะค่ะ จริงๆความรู้สึกของลูเคียอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เขียนเอาไว้ก็ได้ แต่เพราะในเนื้อเรื่องไม่ได้บอกอะไรชัดเจนเอาไว้เลยลองเขียนออกมาเป็นแบบนี้ดู ยังไงนี่ก็เป็นแฟนฟิกที่มือสมัครเล่นแต่ง อย่าคิดมากนะคะ คิดอ่านยังไงก็บอกกล่าวกันได้ ติชมได้ค่า

สุดท้ายนี้ก็...ช้าไปนิด แต่ก็...สวัสดีปีใหม่ทุกท่านนะค้า~ ขอให้มีความสุขกันมากๆในปีหมูนี้ค่ะ ^^


กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ


ไม่ว่าจะเป็นที่แห่งใด...ก็มีประตูที่ไม่ควรเปิดเสมอ...

ประตูบางประตู...สมควรถูกปิดตายและไม่จำเป็นต้องเปิดอีก...

เพียงเพราะ...เมื่อเปิดประตูบานนั้น...

สิ่งที่อยู่อีกฝั่งฟาก...อาจเป็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น


Closed Door
~There is always a door that shouldnt be opened.


แม้แต่วิญญาณเร่ร่อนในเมืองลูคอนยังรู้ว่าคฤหาสน์ขุนนางของตระกูลคุจิกิใหญ่โตนัก...เพียงระเบียงทางเดินแคบๆ...ก็กว้างขวางกว่าบ้านทั้งหลังในอินุซึริอย่างเหลือจะนับคณาได้...จนคนที่หลงเดินเข้าไป...อาจวนเวียนอยู่ในเขาวงกตอันไร้ทางออกนั่น จนต้องหาทางหนีรอด...เปิดประตูบานแล้วบานเล่า...บานแล้วบานเล่า...แต่ก็ไม่อาจหาทางออกได้...หากคนจรนั้น...ได้มีโอกาสได้ย่างเท้าเข้าไปในเขตแดนของผู้สูงศักดิ์

ปริศนาของเมืองลูคอนที่มักได้ยินจนชินหู...หนึ่งในนั้นถามว่า... ประตูในคฤหาสน์คุจิกิมีกี่บานกันนะคำถามที่เหล่าวิญญาณในเมืองไร้ซึ่งคำตอบอันจริงแท้ ด้วยมิอาจคาดคะเนได้...เพียงเพราะ...โอกาสที่นัยน์ตาของพวกเขาจะได้มองข้ามกำแพงสูงแห่งเซเรย์เทย์ไป...คงเป็นได้แค่เพียงฝันที่เลือนลาง...คงมีเพียงคำตอบที่ว่า... ไม่ว่ากี่บาน จะอีกกี่ภพชาติเจ้าก็คงไม่มีทางรู้ เท่านั้น...

แต่ใครจะรู้...ยังมีเด็กจากเมืองลูคอนคนหนึ่ง...เด็กสาวนัยน์ตากลมโตที่สง่างามและโดดเด่นกว่าใครๆในเมืองอันโสมม...เด็กสาว...ที่มีโอกาสได้เหยียบย่างเข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์อันเป็นเสมือนโลกลี้ลับที่ต้องห้าม...

นับจากวันนี้ไป...ชื่อของเจ้าคือ...คุจิกิ ลูเคีย

หากแต่ในที่ที่ใครหลายคนอาจคิดว่าเป็นสวรรค์ นกน้อยเจ้าของนัยน์ตาแสนงามก็มิอาจได้กลายเป็นหงส์สยายปีก เป็นได้เพียงนก...ที่ไม่อาจร้องเพลง...ในกรงสีทอง...ที่ซึ่งผู้เป็นเจ้าของไม่เคยที่จะหันมาแล...

นกน้อยอยู่แต่เพียงในเงามืดไม่อาจได้เปล่งเสียง...ได้เพียงเหลือบมองแสงอาทิตย์ที่ลอดมาจากบานหน้าต่าง...คิดถึงผืนนภาสีฟ้าที่เคยได้โบยบินอย่างอิสระ...แม้ว่า...ที่ภายนอกนั่น...ยากจะหามาซึ่งอาหาร... ที่ในกรง...มีคนเอาอาหารรสเลิศมาให้นกน้อยทุกวัน อาหารรสชาติอร่อยที่ไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อน แต่นกน้อยกลับไม่มีความสุขเลยสักนิด...ได้แต่เกาะอยู่บนขอนไม้...จ้องมองฟากฟ้าสีครามเงียบๆ...ด้วยความสงสัย...

ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...ที่แผ่นฟ้าดูสูงจนไม่อาจเอื้อม...ไกลแสนไกล...จนไม่อาจได้โบยบินเคียงข้างผองเพื่อนที่รักได้อีก...

นกน้อยอยู่ในกรง...กรงที่เงียบสนิท เพราะว่านกน้อยไม่เคยร้องเพลง แม้ว่ามันจะจดจำวิธีร้องได้...เพราะว่านกน้อยกลัว...กลัวว่าหากแม้แผดเสียงแม้แผ่วเบาที่สุด...จะถูกเจ้าของนั้นเกลียดเอา แต่ก็มีชายคนหนึ่ง...คนที่แสนใจดีและเป็นกันเอง...ชายคนนั้นทำให้นกน้อยร้องเพลงได้ แต่หัวใจของชายคนนั้น...คือดวงใจที่มีเจ้าของ...คนที่งดงาม อ่อนหวาน และเพียบพร้อมกว่าตัวเธอมากมายนัก... ชายคนนั้น...ไม่อาจพาเธอไปจากกรงได้ และ...

เมื่อโชคชะตานำพาให้ชายคนนั้นต้องจากเธอไป นกน้อยก็ลืมเลือนที่จะร้องบทเพลงอ่อนหวาน...มีแต่บทเพลงอันแสนเศร้าในความรู้สึกผิดที่ต้องแบกรักไว้เท่านั้น...

กระทั่งวันหนึ่ง...นกน้อยหลุดออกไปจากกรง...ปีกคู่สวยกลับเป็นอิสระ และนกน้อยก็กลับเป็นเด็กสาวที่มีรอยยิ้มได้...เด็กหนุ่มคนหนึ่ง นำพารอยยิ้มและเสียงหัวเราะคืนมาให้กับดวงตาที่ไร้ชีวิตชีวามาแสนนาน ความผูกพันก่อเกิดสายใยที่เรียกว่า มิตรภาพและความเชื่อใจ ในช่วงเวลาอันแสนสั้น หากแต่เด็กสาวก็ไม่อาจอยู่ในโลกอันสดสวยนานๆได้ แม้ว่า...ใจจะไม่อยากจาก แม้ใจจะโหยหาอิสรภาพ แต่เด็กสาวก็รู้ดีว่า...นกนั้นมีเจ้าของ...และก็ต้องมีวันที่มันจะกลับคืนสู่กรง...

กรงทองที่ไร้เสียงหัวเราะ...ที่ซึ่งเจ้าของไม่เคยที่จะมองมา...

แต่แล้วฟันเฟือง...ก็หมุนเคลื่อนไป...บิดเบือนความจริงด้วยคำลวงหลอก...หมุนไปหมุนมา...หมุนมาหมุนไป...สุดท้ายความเท็จกลับกลาย...เผยได้เนื้อแท้ มาถึงตอนนั้น...ประตูกรงทอง...ก็เปิดอ้าออก นกน้อยไม่ต้องอยู่ในกรงอีกต่อไป...ไม่ต้องเจ็บปวด...หรือหวาดหวั่นอยู่ลึกๆ...ไม่ต้องเกรงกลัวที่จะแผดเสียง เพียงเพราะ...บัดนี้...นกที่เคยหงอยเหงาตัวนั้นรู้แล้วว่า...มีคนมากมายที่รักมัน...เป็นห่วงมัน...เช่นเดียวกับเจ้าของกรงของเธอคนนั้น...ที่ไม่เคยแม้แต่จะมองมา

ลูเคีย...ขอโทษนะ...

นับแต่วันนั้น...อิสระก็กลับคืนสู่นกน้อย...ปีกแสนงามสยายออกโบยบินไปทั่ว เปล่งเสียงแว่วหวานให้คฤหาสน์อันเงียบเหงา...ไม่อ้างว้างอีกต่อไป หากแต่...ประตูมากมาย...ใช่ว่าควรแล้วที่จะเปิด...แม้อิสรภาพจะเป็นกุญแจพาเธอให้ท่องทั่วไป แต่...ประตูมากมาย...หลากหลายรูปแบบ...ไม่ว่าจะเป็นประตู...หน้าต่าง...บานพับ...ตู้ต่างอะไรในคฤหาสน์คุจิกิ...ก็ยังคงมีประตูอยู่บานหนึ่งที่สมควรจะให้มันปิดอยู่เรื่อยไป...


แอ๊ด...


ข้าอยากจะพูดเหลือเกินว่าข้าเกลียดท่าน...อยากจะบอกว่าข้าเกลียด...และจะไม่ยกโทษให้ท่าน อยากจะบอก...ว่าข้ารังเกียจท่านเหลือเกินที่ขี้ขลาดเห็นแก่ตัวทอดทิ้งข้าเอาไว้ถ้าหาก...ถ้าหาก...จะมีใครที่ข้าสามารถเกลียดได้มากกว่าตัวข้าเองแล้ว...คนคนนั้นก็คือท่าน...ข้าอยากจะพูดแบบนี้ใส่หน้าท่าน...บอกว่าข้าไม่เคยมีพี่สาวอย่างท่าน แต่...ข้าก็ทำไม่ได้...ข้าจำหน้าท่านไม่ได้ด้วยซ้ำ...สำหรับข้า...ทั้งๆที่ท่านเป็นพี่สาวแท้ๆของข้า...แต่ข้ากลับไม่รู้จักท่านเลยสักนิด...

ข้าอยากจะบอกท่าน...ว่าข้าเกลียดท่าน...แต่ข้าก็ไม่มีโอกาส...ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้าเคยมีพี่สาว...คุจิกิ ฮิซานะ...ข้าไม่เคยรู้ว่าท่านเป็นใคร...ข้าเคยสงสัยว่าทำไมถึงได้มีคนสองคนที่ไม่เคยรู้จักกัน แต่กลับมีหน้าตาละม้ายคล้ายกันมากนักหลายครั้งที่ข้าเคยมายืนอยู่ต่อหน้าท่าน แต่ท่านก็ไม่เคยให้คำตอบ...ไม่เคยพูดอะไร...ข้าอยากจะบอกท่านนัก...

ตอนนี้...ข้ามีพี่ชายแล้ว พี่ชายที่ข้ารักเหมือนพี่ชายแท้ๆ...พี่...ที่ที่ท่านไม่เคยอยู่รอเพื่อข้า ข้าเคยคิดว่าข้าต้องโชคร้ายก็เพราะท่าน...แต่ตอนนี้...ข้ามีความสุขมาก...ข้ามีครอบครัว มีคนที่ข้าเรียกได้เต็มปากว่าพี่แล้ว...ข้าอยากจะบอกว่าข้าเกลียดท่าน แต่...ถ้าไม่มีท่าน ข้าก็คงไม่มีวันนี้...ท่านจะว่าข้าอกตัญญูก็ได้ เพราะข้าจะไม่ขอบคุณท่าน แต่ข้าก็จะไม่เกลียดท่าน...เพราะชีวิตข้า...ไม่เคยมีท่าน และข้า...คุจิกิ ลูเคีย จะไม่เกลียดคนที่ไม่เคยรู้จัก...

ข้า...มีเรื่องจะพูดแค่นี้


นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองภาพของผู้เป็นพี่สาวที่ค่อยๆหายไปใต้เงาของประตูหิ้ง มือเรียวเล็กปิดมันลงสนิทอย่างมั่นคง หากแต่...กลับสั่นเทาน้อยๆเมื่อมือนั้นวางลงบนหน้าอกของตนเอง...เด็กสาวกลั้นน้ำตาเอาไว้มิให้ไหล...เพราะเธอจะไม่หลั่งน้ำตาให้กับคนที่ไม่เคยมีเข้ามาในชีวิต...คนที่เธอไม่เคยรู้จัก...คนที่ผิดแสนผิดและเธอควรจะเกลียด แต่ก็เป็นคนที่ทำให้เธอมีอะไรหลายๆอย่างในวันนี้ได้...

คุจิกิ ลูเคีย เบือนหน้าหนีไปจากหิ้งบูชานั้น...ก่อนจะสาวเท้าออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบ และปิดประตูลง

เธอจะไม่เปิดประตูบานนั้นอีก แต่จะปล่อยให้มันปิดสนิทอยู่เช่นนั้น...

ปิดเอาไว้...จนกว่าความรู้สึกอันขัดแย้งจะหายไปจากจิตใจเธอ...


Closed Door
Fin

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เพิ่งเคยเข้ามาครั้งแรก
แต่งดีจังเลยจ้า ชอบๆ จะติดตามอ่านผลงานอื่นๆต่อไปนะจ้า
Happy New Year 2007จ้า!!!
#1  by  BoNnE At 2007-01-03 18:16, 
โอ้ๆ *[]*
สุดยอด~~~~~~~ (>w<)
ชอบมากเลยจ้า ใชภาษาได้ดีมากๆเลย
#2  by  -((666 Error))- At 2007-01-03 20:09, 
อ่า กะเข้ามาแอดแต่....อิ อิ เลยได้อ่านฟิคไปด้วยเลย
เศร้าจัง
ยิ่งใช้สำนวนนี้ด้วยเลยไม่รู้จะว่าไง

แต่แอ๊ะ!!สะดุดประโยคข้างบน ปกติก็แต่งเศร้าจนเรียกน้ำตาเราไปสร้างเขื่อนได้แล้วไม่ใช่เหรอ อิอิ
แต่งเก่งมากเลยอ่ะท่าน >[]<
ชอบลูเคีย~~
ขออนุญาติแอดบลอคนะครับ
#4  by  :: AMRiTA [ AKiYA CliQUE ] :: At 2007-01-14 16:18, 

<< Home