ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณพี่ซาคุโร่กับท่านมาสก์มากๆเลยนะคะ สำหรับสปอยที่เป็นตัวจุดประกายฟิกนี้ ฟิกนี้ก็...บอกตรงๆเลยว่าเขียนเพื่อสนองความบ้าส่วนตัว + เป็นฟิกยื่นหมูยื่นแมวยื่นสุนัขยื่นไก่กะพี่ซาคุโร่ด้วย (จะรอฟิกพี่นะคะ) ก็อาจจะเขียนออกมาแปลกๆแปร่งๆบ้าง เพราะเขียนตามอารมณ์แต่งสดซะบัดเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ยังไงก็ขออภัยไว้ล่วงหน้านะคะ ^^;;
สำหรับคู่อุลคิโอร่ากับโอริฮิเมะนี่ คิดว่ายังไงๆก็คงออกมาในแบบ one-sided love มากกว่า แต่สำหรับอุลในฟิกนี้...อาจจะเรียกว่าความหลงใหลจากความสงสัยไม่เข้าใจก็ได้กระมังคะ...ก็...ยังไงๆก็ลองๆอ่านกันดูก่อนนะคะ ติชมชี้แนะได้เช่นเคยค่ะ รับไว้ด้วยความยินดียิ่ง ^^
..............................................................................................................
กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอณุญาตก่อนนะคะ
มนุษย์เอย...เจ้าช่างโง่เขลา...โง่เง่าจนน่าหัวเราะ
เจ้าพยายาม...ไขว่คว้ามาซึ่งสิ่งที่ไม่อาจเป็นไปได้
ไร้พลังคือ่อนแอ...และอ่อนแอ...ก็คือตาย
เช่นนั้นแล้ว...เจ้าจะยังกระเสือกกระสนอีกทำไม...
ข้าไม่เข้าใจเลยสักนิด...
The Real Fool
Ulquiorra/Orihime - One-shot
ก็แค่เครื่องมือขิ้นนึง
ก็แค่มนุษย์ผู้หญิงคนนึง
ไม่มีความหมายอะไรเลย
ก็แค่ให้มีชีวิตอยู่เพื่อท่านไอเซ็น...เพื่อให้ท่านผู้นั้นสำเร็จซึ่งเป้าหมาย ถ้าได้ตามที่ประสงค์แล้วจะฆ่าทิ้งเสียเมื่อไหร่ก็ได้
ก็แค่ลูกไก่ในกำมือ...เป็นเจ้าหญิงก็แค่เจ้าหญิงบนหอคอยสูงที่มีเพียงหน้าต่าง ไร้ซึ่งประตูทางออก ได้แต่มองลงมา...มองอย่างเศร้าสร้อย...ยังทิวทัศน์เบื้องล่าง...ที่ซึ่งนางจากมา
ก็แค่มนุษย์ผู้หญิงที่โง่เง่าหลงเชื่อคารมข้า...ยอมรับข้อเสนอข้า ก็เพียงแค่ให้เพื่อนพ้องมีชีวิตรอด แต่ท้ายที่สุดแล้วเพื่อนพ้องพวกนั้นก็ต้องมาตายเพียงเพราะต้องการตัวนางกลับไป
ความโง่เขลาของพวกมนุษย์ช่างน่าหัวเราะนัก...น่าขันที่สุดจนบางทีก็น่าที่จะเคืองแค้นในความขลาดเขลา
ก็แค่ความตาย...ทำไมต้องยึดติด...ต่างกันก็แค่ช้าหรือเร็วเท่านั้น
ท่านไอเซ็นเชื่อถือสติปัญญาข้า แต่ข้าไม่เข้าใจ...ข้าไม่เข้าใจนางเลยสักนิด
ข้ารู้ดีว่าทำไมนางจึงรํ่าไห้ แม้ประตูจะปิดสนิทแต่เสียงครํ่าครวญอันโทมนัสของนางก็ยังดังสะท้อนสะท้านมาให้ได้ยิน
ข้ารู้ดีว่าทำไมนางจึงรํ่าไห้ คำตอบนั้นง่ายแสนง่าย...แต่ข้าก็ไม่อาจเข้าใจได้...จิตใจมนุษย์เปราะบางดังแก้ว จะชักใยก็ง่ายดายเพียงแค่หลอกให้เข้ามาติดกับของพญาแมงมุม ไม่จำเป็นต้องเหน็ดเหนื่อยสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงใดๆ
พวกมนุษย์ช่างโง่เขลานัก แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจพวกมนุษย์ พวกมนุษย์เชื่อในสิ่งที่เรียกว่าพวกพ้อง แต่สำหรับอารันคาร์นั้นไม่มีมิตรแท้ใดๆ ความอ่อนแอก็คือความตาย หากเข้มแข็งก็คงอยู่รอด
เพื่อนพ้องของเจ้าอ่อนแอ จึงต้องตาย หากมีพลังก็จะสามารถนำตัวเจ้ากลับคืนไปได้ แต่พวกเขาช่างอ่อนแอนัก...อ่อนแอจนน่าสมเพช
แต่ข้ากลับไม่อาจหัวเราะเยาะ
ใบหน้าข้าอาจไม่แสดงความรู้สึก แต่ภายในข้าก็ไม่อาจหัวเราะหรือเย้ยหยันความโง่เง่านั้น เพียงเพราะ...
เมื่อข้าจ้องมองใบหน้าที่พล่านไปด้วยอารมณ์โกรธของนาง...โทสะและความคับแค้นใจที่กลั่นออกมาเป็นเสียงสะอื้นไห้ เมื่อนางคิดว่ามีเพียงนางแต่ลำพัง...
ข้ากลับรู้สึกว่า...สิ่งที่ไร้ความหมายไม่ใช่ชีวิตของนาง...ไม่ใช่ชีวิตของพวกมนุษย์ที่โง่เขลา...ไม่ใช่ชีวิตของเหล่าคนที่บุกอย่างอุกอาจมาช่วยเจ้าหญิงทอผ้าจากยอดหอ...
แต่เป็นชีวิตของพวกข้าเอง
อารันคาร์คือทหาร...คือนักรบที่เกิดมาเพื่อจุดประสงค์ของท่านผู้นั้น คือนักรบที่ไม่อาจพ่ายแพ้...และไม่อาจรํ่าไห้
เพียงเพราะการรํ่าไห้คือความอ่อนแอ...ถ้าอ่อนแอ...ก็ต้องตาย
เจ้าหญิงทอผ้าเอย...เจ้าช่างโง่เง่าที่ครํ่าครวญถึงชีวิตที่มีมาเพื่อเพียงสูญ แต่ตัวข้า...อาจจะโง่เง่ากว่าที่พยายามจะเข้าใจเจ้า
เพียงเพราะข้ารู้ว่า...ยิ่งข้าพยายามทำความเข้าใจเจ้ามากเท่าใด...ข้าก็เหมือนพาตัวเองเข้าสู่กับดักใยแมงมุมที่เหนียวและหนายากจะสลัดให้หลุดได้มากเท่านั้น
บางที...คนที่โง่เง่าที่สุดอาจจะเป็นตัวข้า เพราะในที่สุดแล้ว...ข้าเองก็ไม่อาจตอบได้ว่าทำไมข้าจึงไม่ยอมเลิกราที่จะทำความเข้าใจเจ้าสักที
และถ้าวันใด...ข้าสามารถเข้าใจเจ้าได้แล้ว...ชีวิตข้าจะมีความหมายขึ้นมาบ้างรึเปล่า...ข้าจะยังเป็นข้าอยู่ไหม...
ข้าไม่อาจตอบได้เลย...เจ้าหญิงทอผ้า เพราะตอนนี้...ข้าได้แต่เพียงรับฟังเสียงสะอื้นของเจ้า...ก็เท่านั้น...
ข้าไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียว...
สำหรับคู่อุลคิโอร่ากับโอริฮิเมะนี่ คิดว่ายังไงๆก็คงออกมาในแบบ one-sided love มากกว่า แต่สำหรับอุลในฟิกนี้...อาจจะเรียกว่าความหลงใหลจากความสงสัยไม่เข้าใจก็ได้กระมังคะ...ก็...ยังไงๆก็ลองๆอ่านกันดูก่อนนะคะ ติชมชี้แนะได้เช่นเคยค่ะ รับไว้ด้วยความยินดียิ่ง ^^
..............................................................................................................
กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอณุญาตก่อนนะคะ
มนุษย์เอย...เจ้าช่างโง่เขลา...โง่เง่าจนน่าหัวเราะ
เจ้าพยายาม...ไขว่คว้ามาซึ่งสิ่งที่ไม่อาจเป็นไปได้
ไร้พลังคือ่อนแอ...และอ่อนแอ...ก็คือตาย
เช่นนั้นแล้ว...เจ้าจะยังกระเสือกกระสนอีกทำไม...
ข้าไม่เข้าใจเลยสักนิด...
The Real Fool
Ulquiorra/Orihime - One-shot
ก็แค่เครื่องมือขิ้นนึง
ก็แค่มนุษย์ผู้หญิงคนนึง
ไม่มีความหมายอะไรเลย
ก็แค่ให้มีชีวิตอยู่เพื่อท่านไอเซ็น...เพื่อให้ท่านผู้นั้นสำเร็จซึ่งเป้าหมาย ถ้าได้ตามที่ประสงค์แล้วจะฆ่าทิ้งเสียเมื่อไหร่ก็ได้
ก็แค่ลูกไก่ในกำมือ...เป็นเจ้าหญิงก็แค่เจ้าหญิงบนหอคอยสูงที่มีเพียงหน้าต่าง ไร้ซึ่งประตูทางออก ได้แต่มองลงมา...มองอย่างเศร้าสร้อย...ยังทิวทัศน์เบื้องล่าง...ที่ซึ่งนางจากมา
ก็แค่มนุษย์ผู้หญิงที่โง่เง่าหลงเชื่อคารมข้า...ยอมรับข้อเสนอข้า ก็เพียงแค่ให้เพื่อนพ้องมีชีวิตรอด แต่ท้ายที่สุดแล้วเพื่อนพ้องพวกนั้นก็ต้องมาตายเพียงเพราะต้องการตัวนางกลับไป
ความโง่เขลาของพวกมนุษย์ช่างน่าหัวเราะนัก...น่าขันที่สุดจนบางทีก็น่าที่จะเคืองแค้นในความขลาดเขลา
ก็แค่ความตาย...ทำไมต้องยึดติด...ต่างกันก็แค่ช้าหรือเร็วเท่านั้น
ท่านไอเซ็นเชื่อถือสติปัญญาข้า แต่ข้าไม่เข้าใจ...ข้าไม่เข้าใจนางเลยสักนิด
ข้ารู้ดีว่าทำไมนางจึงรํ่าไห้ แม้ประตูจะปิดสนิทแต่เสียงครํ่าครวญอันโทมนัสของนางก็ยังดังสะท้อนสะท้านมาให้ได้ยิน
ข้ารู้ดีว่าทำไมนางจึงรํ่าไห้ คำตอบนั้นง่ายแสนง่าย...แต่ข้าก็ไม่อาจเข้าใจได้...จิตใจมนุษย์เปราะบางดังแก้ว จะชักใยก็ง่ายดายเพียงแค่หลอกให้เข้ามาติดกับของพญาแมงมุม ไม่จำเป็นต้องเหน็ดเหนื่อยสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงใดๆ
พวกมนุษย์ช่างโง่เขลานัก แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจพวกมนุษย์ พวกมนุษย์เชื่อในสิ่งที่เรียกว่าพวกพ้อง แต่สำหรับอารันคาร์นั้นไม่มีมิตรแท้ใดๆ ความอ่อนแอก็คือความตาย หากเข้มแข็งก็คงอยู่รอด
เพื่อนพ้องของเจ้าอ่อนแอ จึงต้องตาย หากมีพลังก็จะสามารถนำตัวเจ้ากลับคืนไปได้ แต่พวกเขาช่างอ่อนแอนัก...อ่อนแอจนน่าสมเพช
แต่ข้ากลับไม่อาจหัวเราะเยาะ
ใบหน้าข้าอาจไม่แสดงความรู้สึก แต่ภายในข้าก็ไม่อาจหัวเราะหรือเย้ยหยันความโง่เง่านั้น เพียงเพราะ...
เมื่อข้าจ้องมองใบหน้าที่พล่านไปด้วยอารมณ์โกรธของนาง...โทสะและความคับแค้นใจที่กลั่นออกมาเป็นเสียงสะอื้นไห้ เมื่อนางคิดว่ามีเพียงนางแต่ลำพัง...
ข้ากลับรู้สึกว่า...สิ่งที่ไร้ความหมายไม่ใช่ชีวิตของนาง...ไม่ใช่ชีวิตของพวกมนุษย์ที่โง่เขลา...ไม่ใช่ชีวิตของเหล่าคนที่บุกอย่างอุกอาจมาช่วยเจ้าหญิงทอผ้าจากยอดหอ...
แต่เป็นชีวิตของพวกข้าเอง
อารันคาร์คือทหาร...คือนักรบที่เกิดมาเพื่อจุดประสงค์ของท่านผู้นั้น คือนักรบที่ไม่อาจพ่ายแพ้...และไม่อาจรํ่าไห้
เพียงเพราะการรํ่าไห้คือความอ่อนแอ...ถ้าอ่อนแอ...ก็ต้องตาย
เจ้าหญิงทอผ้าเอย...เจ้าช่างโง่เง่าที่ครํ่าครวญถึงชีวิตที่มีมาเพื่อเพียงสูญ แต่ตัวข้า...อาจจะโง่เง่ากว่าที่พยายามจะเข้าใจเจ้า
เพียงเพราะข้ารู้ว่า...ยิ่งข้าพยายามทำความเข้าใจเจ้ามากเท่าใด...ข้าก็เหมือนพาตัวเองเข้าสู่กับดักใยแมงมุมที่เหนียวและหนายากจะสลัดให้หลุดได้มากเท่านั้น
บางที...คนที่โง่เง่าที่สุดอาจจะเป็นตัวข้า เพราะในที่สุดแล้ว...ข้าเองก็ไม่อาจตอบได้ว่าทำไมข้าจึงไม่ยอมเลิกราที่จะทำความเข้าใจเจ้าสักที
และถ้าวันใด...ข้าสามารถเข้าใจเจ้าได้แล้ว...ชีวิตข้าจะมีความหมายขึ้นมาบ้างรึเปล่า...ข้าจะยังเป็นข้าอยู่ไหม...
ข้าไม่อาจตอบได้เลย...เจ้าหญิงทอผ้า เพราะตอนนี้...ข้าได้แต่เพียงรับฟังเสียงสะอื้นของเจ้า...ก็เท่านั้น...
ข้าไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียว...
The Real Fool
Fin