2007/Mar/20

....ชีวิตมนุษย์ไม่ต่างไปจากบทเพลงที่ถูกเล่น...
ท่วงทำนองแห่งชีวิต...เปรียบเหมือนโน๊ตดนตรีที่ถูกรังสรรค์...
.....มีสูงมีต่ำ...มีหนักมีเบา...แสดงอารมณ์ที่แตกต่าง...
....เช่นเดียวกับท่วงทำนอง...บนกระดาษแผ่นขาว...
มันคือซิมโฟนีที่โง่เง่า...แต่ก็ไพเราะที่สุดบทหนึ่ง...


Pathetique Symphony
Prelude

ฮ้าว~~~

เด็กสาวผมสีดำสั้นอ้าปากหาวเสียหวอดใหญ่ เจ้าหล่อนบิดขี้เกียจอย่างไม่สนใจมารยาทในที่รโหฐานอันได้แก่หอประชุมใหญ่แห่งกรุงเวียนนาที่ซึ่งทุกอาคันตุกะแต่งกายด้วยชุดราตรีหรูหราเลยสักนิด เพียงเพราะสิ่งที่เด็กสาวสนใจมีเพียงอย่างเดียวคือ การได้กลับออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดต่างหาก

นี่ๆ โอริฮิเมะ

เด็กสาวหันไปสะกิดเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ

มีอะไรเหรอ ทัตสึกิจัง

เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลส้มหันมายิ้มกว้างให้อย่างอารมณ์ดีและหน้าระรื่นเป็นที่สุด ในหอประชุมที่เป็นที่แสดงออร์เคสตรา แม้จะยิ่งใหญ่ระดับโลก แต่สำหรับคนที่สนใจเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้มากกว่าอย่างอาริซาวะ ทัตสึกิ รอยยิ้มของอิโนะอุเอะ โอริฮิเมะกลับทำให้เด็กสาวต้องกลืนน้ำลายหนืดๆกับคำถามที่อยากจะถามลงคอไปพร้อมๆกันเสียทีเดียว

อะ เอ่อ ทัตสึกิยิ้ม แต่มันเป็นยิ้มที่ดูฝืนสิ้นดี ชั้นแค่อยากจะถามว่า...เหลืออีกกี่เพลง... เด็กสาวรีบใช้ประสาทตาอันเฉียบคมมองไปยังการ์ดแสดงรายการที่โอริฮิเมะถืออยู่ ก่อนที่ใบหน้ายิ้มๆของเพื่อนรักในสมัยเด็กจะเปลี่ยนเป็นจ๋องสลด ถึงจะถึง...เอ่อ... Pathetique Symphony น่ะ ^^;; จะถามเพลงสุดท้ายเลย มือของโอริฮิเมะก็ดันบังพอดี

ฮ้า~!! โอริฮิเมะปรบมือเข้าด้วยกัน ก่อนจะยิ้มกว้าง นัยน์ตาคู่สวยเป็นประกายด้วยความทึ่ง ทัตสึกิจังก็อยากฟังใช่ม้า~ เนี่ย ไชคอฟสกี้น่ะ ยอดเยี่ยมมากเลยเนอะ เขียนเพลงที่...เอ...เค้าเรียกอะไรนะ...อีโมฟอร์ม...อีหมี่...อีโบล่า...อะมีบา...อี...อีมู...อ้อ! นกอีมู! เพลงที่มีนกอีมูมากๆไง!

จะพูดว่า emotional ใช่ไหม ^^;; นานๆทีทัตสึกิขอแสดงความเป็นเลดีด้วยการหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อ

อ๊ะ ใช่ๆ นั่นแหละ ทัตสึกิจังเก่งจังเลย

//จริงๆแล้วอยากจะถามตรงๆว่าเมื่อไหร่ไอ้งานบ้าๆนี่มันจะจบต่างหาก =_=!!//

ก็...นะ ตอบยิ้มๆ แต่สายตาพยายามจะมองไปยังกำหนดการการแสดงที่อยู่ในมือของเพื่อนซี้ เมื่อไหร่จะจบก็ไม่รู้ จาก Pathetique Symphony ไปถึงเพลงสุดท้ายก็ไม่น่าจะถึงเกิน 3 เพลง แต่เวลาน่ะ มันกี่โมงกันแน่ เด็กสาวผู้เบื่อหน่ายชีวิต(ในตอนนี้)พยายามเพ่ง แต่แม้ว่าเธอจะมีประสาทตาอันเฉียบคม แต่ก็หาได้มีตาแบบซูเปอร์แมนที่จะมองทะลุมือของเพื่อนรักที่มาปิดพอดีได้ไม่


--ย้อนความ


คุจิกิซัง ตั๋วนี่...? โอริฮิเมะมองตั๋วเครื่องบินสองใบในมืออย่างงงๆ

ตั๋วไปกลับโตเกียว-เวียนนา อีกฝ่ายตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูระยิบระยับเป็นประกายแพรวพราว พร้อมแพ็คเกจทัวร์ 5 วันค่ะ

เอ๋ แล้วทำไมเอามาให้ชั้นล่ะคะ เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลส้มมองของในมือด้วยสีหน้าเหรอหรา ถึงรร.สตรีคาราคุระที่พวกเธอเรียนอยู่จะเรียกได้ว่ากว่า 60% ของโรงเรียนเป็นพวกคนมีฐานะ แต่ในบรรดาพวกที่เรียกได้ว่าไฮโซทั้งหลาย เด็กสาวตรงหน้า แม้จะเป็นคนที่เรียกได้ว่าที่บ้านร่ำรวยที่สุดคนหนึ่ง แต่กลับไม่ได้หยิ่งเหมือนกับพวกไฮโซที่ว่าเลยสักนิด

แต่จู่ๆก็เอาตั๋วเครื่องบินพร้อมแพ็คเกจทัวร์มาให้มันเป็นอะไรที่...เหลือเชื่อเกินไปหน่อย

พอดีพี่ชายชั้นติดธุระด่วนต้องบินไปอิตาลีน่ะค่ะ ชั้นเห็นว่าอิโนะอุเอะซังกับอาริซาวะซัง ปิดเทอมนี้ยังไม่มีโปรแกรมอะไร... ลูเคียเอ่ยเกริ่น แต่พอทัตสึกิอ้าปากจะปฏิเสธ ไฮโซ 144 cm. ก็รีบบีบน้ำตาแสดงละครโศกเพื่อมัดมือชกทันที

คือว่า...จริงๆแล้ว...กระซิกๆ...ชั้นน่ะอยากไปเวียนนามากนะคะ เวียนนาน่ะ เป็นเมืองในฝันของชั้นเลย...แต่ว่า...กระซิกๆ...ถ้าไปคนเดียวมันก็ไม่มีความหมายอะไรน่ะสิคะ...พี่ชายของชั้นน่ะ ทั้งๆที่สัญญาแล้วแท้ๆ...แต่ก็ติดเรื่องงานอีกจนได้...ทั้งๆที่สัญญาว่าจะไปเที่ยวกันสองพี่น้อง...กระซิกๆ...โชคชะตามันช่างโหดร้ายค่ะ อิโนะอุเอะซัง อาริซาวะซัง... นัยน์ตาสีฟ้ากลมโตจ้องมองอีกสองเพื่อนร่วมชั้นด้วยสายตาประหนึ่งลูกกระต่ายถูกขโมยแครอทอย่างเรียกร้องความสงสาร

แต่ตั๋วที่จองไปแล้วจะยกเลิกก็น่าเสียดาย...ชั้นเห็นว่าอิโนะอุเอะซังมีอะไรหลายๆอย่างที่เหมือนกับชั้น...ชั้นเลยอยากให้อิโนะอุเอะซังได้ไป...อาริซาวะซังก็คงเหมือนกันใช่ไหมคะ... ลูเคียหยิบผ้าเช็ดหน้าลายกระต่ายออกมาซับน้ำตา

อะ เอ่อ... ทัตสึกิพูดไม่ออก ขณะที่โอริฮิเมะ...

ชั้นจะไปค่ะ! โอริฮิเมะวิ่งเข้าไปจับมือลูเคีย คุณคุจิกิ! ชั้นจะไปเวียนนาแทนคุณ ชั้นจะไม่ให้ความตั้งใจของคุณต้องสูญเปล่าค่ะ ชั้นจะไป! แล้วชั้นจะถ่ายรูปมาฝากคุณคุจิกิเยอะๆค่ะ! โอริฮิเมะพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่

ขอบ...กระซิก...ขอบคุณมากค่ะ อิโนะอุเอะซัง คุจิกิ ลูเคียตอบพลางซับน้ำตา หากแต่...เบื้องหลังผ้าเช็ดหน้าลายกระต่ายสีชมพู...ริมฝีปากของเด็กสาวกำลังแสยะยิ้มแห่งชัยชนะในการเอาตัวรอด...ที่เหลือ...ก็แค่หาข้ออ้างกับพี่ชายสุดที่รักว่า...ทำไมน้องสาวที่แสนน่ารักคนนี้ถึงไม่อยากไปเวียนนา...


--จบการย้อนความ--


ก็นึกสงสัยอยู่แล้วว่าเมืองโรแมนติกอย่างเวียนนามันจะมีอะไรน่าสนใจสำหรับคนอย่างเธอได้อย่างไร แต่เพราะว่าขัดน้ำใจกับน้ำตาของคุจิกิ ลูเคียไม่ได้ และเพราะโอริฮิเมะไม่มีคนอื่นในครอบครัวอีก...ภายใต้รอยยิ้มที่สดใสนั่น...คือความว้าเหว่ เด็กสาวที่ต้องสูญเสียพี่ชายที่เป็นที่พึ่งสุดท้าย...ที่เธอเข้มแข็งได้ขนาดนี้...ที่เธอยิ้มแย้มได้ในทุกๆเช้า แม้ว่าในความฝันอาจจะไม่สดสวยพอที่จะทำให้เธอยิ้มได้...ถ้าการที่เธอต้องมานั่งในที่ที่น่าเบื่อแบบนี้เพื่อรักษารอยยิ้มนั่นเอาไว้...

//แล้ว...ไอ้ Pathetique Symphony เนี่ย...มันยาวขนาดไหนกันล่ะ TTvTT//

เธอก็คงต้องทนต่อไป (สู้ต่อไป ทัตสึกิจัง!)

หรือว่า...จริงๆแล้ว...ที่คุจิกิ ลูเคียเอาตั๋วนั่นมาให้...จะเป็นการหนีเอาตัวรอดกันแน่นะ...ทัตสึกิชักเริ่มสงสัยขึ้นมาตะหงิดๆ

.
.
.
..


นัยน์ตาสีมรกตสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองในกระจกเบื้องหน้า เสื้อทักซิโด้ที่ ยืม มาออกจะหลวมไปสักหน่อยสำหรับเขา แต่ก็ไม่ได้ใหญ่รุ่มร่ามจนดูน่าเกลียดเกินไป ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะจัดการผูกหูกระต่ายที่เป็นสิ่งเดียวที่ยังดูไม่เสร็จเข้าที่เข้าทางให้เรียบร้อย

ไง อุลคิโอร่า ทุกอย่างเรียบร้อยดีมะ

เสียงหนึ่งดังมาจากมุมหนึ่งของห้องที่เจ้าของนัยน์ตาสีมรกตเคยอยู่เพียงลำพัง...เจ้าของเสียงเข้ามาอย่างเงียบกริบแผ่วเบาจนไม่ได้ยินแม้เพียงเสียงประตูแง้ม หากแต่...คนที่อยู่ในห้องก่อนหาได้ตกใจสะทกสะท้านไม่

กริมจอว์ เด็กหนุ่มมองเงาสะท้อนของอีกฝ่ายในกระจกด้วยสีหน้าเรียบเฉย เรือนผมสีฟ้าแปลกตาเด่นชัดในแสงไฟสลัวของห้องแต่งตัวนักแสดง ทำไมถึงไม่ไปประจำที่ของนาย

เสียงทุ้มลึกผิดกับใบหน้าที่เอ่ยถามทำให้เจ้าของเรือนผมสีฟ้าต้องย่นคิ้ว...อดไม่พอใจไม่ได้

กะอีแค่งานแค่นี้ไม่เห็นต้องซีเรียส ชายหนุ่มผมสีฟ้าว่าพลางแค่นหัวเราะ แต่ก็ฟังราวกับพูดอยู่กับข้างฝามากกว่า เมื่ออีกฝ่ายถามคำถามต่อไป

เอา ไอ้นั่น มารึเปล่า

เออ ตอบสั้นๆ กริมจอว์ก็หยิบเอาของบางอย่างในกระเป๋าออกมาส่งให้อีกฝ่าย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความคิดเห็น ท่านไอเซ็นนี่ก็แปลก กะอีแค่เป้าหมายคนเดียวจะต้องทำอะไรให้มันใหญ่โตด้วย

อุลคิโอร่ามองหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะรับของมาซ่อนไว้ในเสื้อสูท แล้วนายไม่ชอบรึไง

หึ... เรียวปากของกริมจอว์ค่อยๆกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้าง ก่อนที่ชายผมสีฟ้าจะหัวเราะออกมา ของมันแน่อยู่แล้ว

อุลคิโอร่าหันไปมองนาฬิกาแขวนบนผนัง นี่ก็จวนได้เวลาแล้ว นายกลับไปประจำที่ดีกว่า

เฮอะเอาแต่สั่ง นายน่ะ อย่าให้พลาดละกัน... ร่างสูงหันหลังเดินกลับไปที่ประตู โดยไม่ลืมที่จะพูดเสียดสีทิ้งท้าย คุณนักดนตรีอัจฉริยะ

ปัง! ประตูห้องปิดลง ทิ้งให้ชายหนุ่มในชุดสูทจ้องมองนาฬิกาแขวนอยู่เงียบๆแต่ลำพัง...

//จวนแล้วสินะ...//


TBC


ตอนแรกว่าจะตั้งชื่อเรื่องว่า 'เทพบุตรหน้านิ่งกับนางสาวติงต๊อง' อยู่แล้ว แต่กลัวว่ามันจะละครหลังข่าวเกินไปเลยกลายมาเป็นชื่อ Pathetique Symphony ของ Peter Tchaikovsky ไปแทน จริงๆแล้วที่เลือกใช้ชื่อนี้เพราะว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่นอกจากจะมีชื่อเสียงแล้วยังเป็นเพลงที่แสดงอารมณ์ออกมาได้ชัดเจนตามแบบของยุคโรแมนติกน่ะค่ะ ทำนองในช่วงแรกจะเรียบง่าย ฟังสบายหู แต่พอถึงช่วงที่แสดงอารมณ์ ทำนองจะแสดงออกมาได้รุนแรงและเต็มไปด้วยอารมณ์ แอบคิดว่าเหมาะกับอุลคิโอร่าดีค่ะ แหะๆ

อีกอย่าง... Pathetique ถ้าเขียนเป็นแบบอังกฤษจะได้ว่า Pathetic หมายถึง โง่เง่า ด้วยละค่ะ 555+ ใครๆก็บอกว่าความรักบางทีก็โง่เง่าจริงไหมล่ะค่ะ แหม...ไม่ได้เข้าบอร์ดนาน (น้องคอมเน่าค่ะ TTvTT) เข้ามาพล่ามซะแล้ว เรื่องนี้เป็นกึ่งๆคอเมดี้แบบ AU ถ้ายังไงก็ช่วยติดตามกันต่อไปด้วยนะคะ แหะๆ ^^;;

ปล. แล้วเรื่องอื่นที่ค้างจะรีบมาต่อให้ค่า ^^;;

Comment

Comment:

Tweet


ทำไมฮีเมะกับอิจิถึงไม่รักกัน
#7 by (125.26.106.102) At 2008-12-24 09:41,
ผมรัก pathetique Movement2 ของ Beethoven
#6 by Omasign At 2008-09-19 23:47,
โอ้ นี่คือฟิคที่นายเคยเล่าให้ฟังสินะ ภาษาสวยน่าติดตามเช่นเคย รออ่านต่อจ๊ะ
#5 by [ 跨 ] At 2007-04-09 15:18,
ตามมาอ่านเมื่อเลยมานับอาทิตยืเหอๆ ขออภัยท่านพี่ พักนี้ อุล-โอริ ฟีเวอร์ ซะจริงเน้อ~
แต่ยังไงเรายังคงมั่นคงใน บี้ยู 55+
มาต่อเร็วๆ นะคร้า~
#4 by ★ Lucent At 2007-04-05 12:05,
มาต่อไวนะคะ ตามมาจากบอร์ดเช่นเคย

สนุกจริงๆ ว่าแต่ "ไอ้นั่น" คือไรละเนี่ย

สงสัย
#3 by Ranranluu At 2007-03-30 20:31,
อิอิ "ไอ้นั่น" เเอบสะดุ้ง
ตามมาจากบอร์ดน่ะคะ แบบว่าตอนนี้พิคบลีชไปแล้ว 55555 (ตั้งแต่โดนคุณเจ้าชายไซโคก็อาการหนัก เอิ๊กซ์...)
ชอบภาษาของท่านมาก ๆ เลยเป็นแฟนคลับนะค้า~

อ้อ ขอแลกลิงค์นะคะ ขอบคุณคะ ^ ^ รออ่านต่อ ๆ
#1 by 【Lukmeaw】 At 2007-03-23 11:33,