2007/Apr/29

คำเตือน: ฟิกนี้ไม่เหมาะกับคนเป็นโรคหัวใจอย่างแรง เพราะมันอาจทำให้ท่านหัวใจ Y ได้ ส่วนท่านที่เลือกจะอ่าน...กรุณาเตรียมสายดินสายล่อฟ้าส่วนตัวไว้ให้พร้อม เพราะว่า...ท่าทางมันจะผ่าแน่ๆ! (รับประกันดีกรีความหลอน~~)

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ฝน...กำลังจะตก...

ไม่ใช่สายฝนแผ่วเบาที่พรมลงรื่นเย็นบนกลีบบุปผชาติ...

เม็ดฝนขนาดใหญ่...เริ่มที่จะเทห่าลงมา...หนักขึ้น...หนักขึ้น...ทุกที จนราวกับได้แบ่งแยกผืนนภาออกเป็นสองฟาก...ด้วยม่านพิรุณสีทึบเทา...

ซ่า~~!!!

ชั้น...เกลียดฝน จินตะสบถด้วยความไม่สบอารมณ์ เมื่อแผ่นฟ้าส่งเสียงครางครืน อัสนีชูสีฟากฟ้าสว่างโล่ ก่อนที่เม็ดฝนเย็นเหยียบเหล่านั้นจะเทลงมาหนักกว่าเก่า เกลียดเจ้าบ้านั่นด้วย ให้ตายเหอะ หมอนั่นต้องรู้อยู่แล้วว่าวันนี้พายุจะเข้า แต่ก็ยังขับไล่ไสส่งพวกเราออกมา บ้าที่สุดเลย!

จินตะคุง... อุรุรุเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแผ่วตามวิสัยของเจ้าตัว พูดถึงผู้จัดการแบบนั้นมันไม่ดีนะ ผู้จัดการก็ขอเราดีๆไม่ได้บังคับด้วย เท็ตไซเองก็ไม่ได้อยู่ร้านเหมือนกัน ผู้จัดการคงจะมีเหตุผล...

จินตะทำเสียงจิ๊จ๊ะ รู้หรอกน่า เพราะงั้น... เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ามืดหม่นสีเทาทึบที่ซึ่งพิรุณโปรยปราย... ถึงได้ยิ่งน่าโมโหไงล่ะ

ชายคนนั้นรู้ว่าพายุกำลังจะมา และมัน...ก็ไม่ใช่พายุธรรมดาเสียด้วย...


Thunderstorm
Part A



มันเงียบ...เงียบสนิท...เงียบมาก...และหากมิใช่เพราะเสียงพายุคลั่งภายนอกแล้ว...เมื่อไม่มีพวกเด็กๆและเท็ตไซ ร้านชำแห่งนี้ก็เงียบสงัดราวกับป่าช้าก็มิปาน โยรุอิจิเอง...ก็ไม่มาอยู่ป้วนเปี้ยนในวันนี้ อ้างว่าเธอมีเรื่องส่วนตัวที่จะต้องไปจัดการ...

"โอกาสช่างเหมาะเจาะจริงๆ...คุณเอง...ก็คิดอย่างนั้นใช่ไหมครับ" เจ้าของและผู้จัดการร้านชำเอ่ยขึ้น หลังจากนั่งนิ่งอยู่ที่กลางห้องมาได้พักใหญ่ๆแล้ว...เขากำลัง...รอแขกคนนี้อยู่

ที่นอกหน้าต่าง ฟ้าแลบปลาบเปลี่ยนนภาเป็นสีขาว ฉายภาพของร่างเงาที่ยืนตระหง่านอยู่ที่ประตูห้องให้เด่นชัดขึ้นต่อสายตา "อย่างที่คิดเลย" ชายหนุ่มผมทองเอ่ยขึ้นเรียบๆ กางพัดอันเป็นเอกลักษณ์ออกราวกับเรื่องที่อาคันตุกะผู้นี้จะมาเยือนเป็นเรื่อง...ที่สุดแสนจะธรรมดา

"ผมกำลังรอคุณอยู่เลย...คุณไอเซ็น...มีธุระ...อะไรกับผม...สินะครับ"

นัยน์ตาสีช๊อคโกแลตเย็นนิ่ง...นัยน์ตาคู่เดิมหากแต่ไม่อบอุ่นเหมือนที่เคยแสดงออกล่อหลอกสายตาคนที่เคยพบเห็นกวาดมองไปรอบๆห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างที่นั่งเคร่งขรึมอยู่กลางห้อง แม้ว่า...บนใบหน้าของร่างนั้นจะยังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

ในที่สุด อาคันตุกะผู้ซึ่งเจ้าบ้านรอคอยอยู่นานแล้วก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับเผยรอยยิ้มเหยียดน้อยๆ อุราฮาร่า คิสึเกะ...ใครจะคิดว่าคนอย่างคุณจะตกต่ำได้ถึงเพียงนี้

นั่นก็...ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะจำกัดความคำว่า ตกต่ำ อย่างไรครับ ชายหนุ่มผมทองโต้ ยิ้มตอบให้อีกฝ่ายอย่างรู้เท่าทันด้วยท่าทีสบายๆ แต่ อย่างน้อย คุณก็ยังเอาใจใส่เรื่องของคนรอบตัวไม่เปลี่ยนเลยนะครับ

ได้ยินดังนั้น ไอเซ็นก็เหยียดรอยยิ้มชัด...ยิ้มที่ราวกับจะยวนเยาะอีกฝ่ายเสียละมากกว่า หึ รู้ว่าข้าเป็นกบฏ แต่ก็ยังเลือกที่จะรอเสวนาด้วย...อย่างคุณนี่...ข้าควรจะเรียกว่าอะไรดีนะ...รุ่นพี่? เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลว่า จ้องมองอีกฝ่ายด้วยอารมณ์ขัน ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาในห้องอย่างอุกอาจ

ความเงียบหวนคืนกลับสู่ห้องหับเล็กๆของร้านชำ เมื่อชายสองคนต่างฝ่ายต้องจ้องกันอย่างไม่ลดราวาศอกให้กัน หากแต่ สงครามเงียบ กลับดูจะยิ่งดุเดือดขึ้นเป็นทบทวีเพียงแค่วินาทีผันผ่านไป จนกระทั่ง...ในที่สุด ชายผมทองก็เป็นฝ่ายละสายตาไปก่อน ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างช้าๆด้วยน้ำเสียงที่ฟังแผ่วเบานัก จนเสียงทอดถอนอย่างอ่อนใจที่ตามมาฟังราวจะกลบคำกล่าวนั้นไปสิ้น

ถ้า...ผมจะบอกให้คุณเลิกล้มแผนการตอนนี้...คงจะไม่มีประโยชน์สินะครับ...โซสึเกะคุง

คนถูกเรียกชื่อเคลื่อนขยับเข้าไปใกล้ สาวเท้าเดินวนรอบตัวอีกฝ่ายอย่างช้าๆ... อุราฮาร่า คิสึเกะ...คนๆนี้...ท่าทีที่ยังนั่งนิ่งอยู่ได้ราวกับมิเกรงกลัวฟ้าจะถล่มนั่น...แท้จริงก็ดังแค่ภาพลวงตา...เพราะว่า...ตอนนี้...ไม่ว่าจะมองจากซอกมุมใด...คนๆนี้ก็หาได้ประมาทมีช่องโหว่ให้จู่โจมเลยไม่

อย่างคุณก็น่าจะรู้ว่ามันหมดเวลา 'เจรจา' ไปนานแล้วนี่

นัยน์ตาสีมรกตเหลือบมองอีกฝ่ายจากใต้หมวกลายทางสีขาวเขียว อุราฮาร่ารวบเก็บพัดที่เคยถูกกางหราในมือลง ถ้าอย่างนั้น...คุณมาที่นี่ทำไมกันละครับ เอ่ยวาจาย้อนถาม

ที่ข้ามาที่นี่...ก็เพื่อจะเสนอโอกาส...ทางรอดสุดท้ายให้...อุราฮาร่า คิสึเกะ คุณเองก็ถูกเหมารวมว่าเป็นกบฏเหมือนกัน ทำไมถึงคิดจะเข้าข้างพวกยมทูตอีก...มาร่วมมือกันดีกว่า คนที่สร้างเองกับมืออย่างคุณก็น่าจะรู้นี่ ถ้ามีโฮเงียคุอยู่ จะเอาชนะ 13 หน่วยพิทักษ์มันก็ง่ายเหมือนดังพลิกฝ่ามือ

รอยยิ้มเหยียดกว้างขึ้น

หรือควรจะพูดว่า 10 หน่วยพิทักษ์ดีนะ... หน่วยที่ไร้ซึ่งผู้นำก็ไม่ต่างอะไรจากลูกนกที่ไร้พิษสง...ปีกไม่กล้าพอที่จะโบยบินได้

ชายผมทองมองท่าทีของอีกฝ่ายที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและดูแคลนคู่อริอย่างไม่ครณาเลยสักนิดด้วยท่าทีสงบนิ่ง โฮเงียคุนั่น...คุณคงให้ความสำคัญกับมันมากเกินไปกระมังครับ ขอเตือนว่าอย่าดูถูกกันให้มากนักจะดีกว่า

หึ ไอเซ็นหัวเราะ นัยน์ตาสีน้ำตาลดุจเดียวกับเรือนผมเป็นประกายระริกเมื่อฟากฟ้าแปรเปลี่ยนสีสว่างวาบด้วยแรงกระหน่ำของพายุบ้าอีกครั้ง ถ้าไม่สำคัญ...จะซ่อนมันเอาไว้ทำไมกัน ไม่สนใจคำเตือนของอีกฝ่าย ร่างสูงถามย้อนกลับไปบ้าง ขายาวๆก้าวปราดไปยังหน้าต่างห้อง...ที่ซึ่งสามารถมองเห็นพายุคะนองได้ชัดเจน



และเมื่อคำตอบที่ได้คือความเงียบ ผู้เป็นอาคันตุกะก็ถือโอกาสที่จะรุกอีกฝ่ายต่อไป เขาขยับเคลื่อนจากหน้าต่าง ชักผ้าม่านสีอ่อนปิดลงเข้าหากัน...คงเหลือไว้เพียงช่องเล็กๆให้แสงจากอสุนีบาตที่แปรเปลี่ยนสีฟ้าทอสว่างเข้ามาได้

เงายาวคืบคลานไปตามพื้นห้อง...ทอดขยับเคลื่อนต่อไปยังผืนผนัง เมื่อผู้กำลังจะรั้งตำแหน่งราชาแห่งปราสาทรัตติกาลสืบเท้าเข้าใกล้ร่างที่นั่งนิ่งไม่ขยับ

กลัวอะไรอยู่รึไง...?

อสุนีบาตฟาดเปรี้ยงจากฟากฟ้าเห็นสว่างวาบเป็นเส้นร่าง พริบตาเดียว...ริมฝีปากของชายสองคนในห้องก็อยู่ห่างกันเพียงสัมผัสลมหายใจได้ อุราฮาร่า คิสึเกะ ยังคงไม่ขยับ

นัยน์ตาสีมรกตจ้องลึกเข้าไปในอัญมณีสีน้ำตาลคู่ตรงหน้า คุณคิดจะขู่ผมรึไง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบกว่าที่เคย หากแต่คำพูดแต่ละคำกลับชัดเจนยิ่งในความเงียบสงัดของห้อง

นั่น ไอเซ็นตอบเสียงนุ่ม ก่อนจะขยับเข้าไปให้ใกล้ขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณตีความคำว่า ขู่ ยังไง


TBC


เหอๆ ในที่สุดก็เข็นไอ้คู่สุดสยองนี่ออกมา(อย่างรวดเร็ว)จนได้ ฟิกนี้ตอนแรกว่าจะเขียน one-shot

แต่เหอๆๆ ท่าทางจะใจแข็งไม่พอทำรวดเดียว ขอแยกเป็น 2 ตอนจบก็แล้วกันนะคะ

กำลังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเขียนเสร็จแล้วจะกลายเป็นการเปิดลัทธิใหม่...seme x seme ให้ชาวบอร์ด(ที่ตามมาอ่านที่บลอก)เรารึเปล่า กร๊ากกกกกกก

แต่ไงๆ...สำหรับตอนนี้...เอ้อ...ขอชิ่งก่อนละกันค่ะ กลัวสายล่อฟ้าจะอยู่ได้ไม่นาน ไปละก๊า~~~!!! ><

Comment

Comment:

Tweet


เมจลุ้นให้อุราเป็นเมะแหละยูระ>////<
ต่อด่วน!!!!!!!!
#1 by mage At 2007-04-29 00:13,